Secret !! {132}
posted on 04 Nov 2011 21:43 by meauyn“ต้องการอะไรวะ” ริมฝีปากบางขยับเอ่ยคำพูดที่ไม่ค่อยเข้ากับหน้าเท่าไหร่ ใส่ร่างหน้าตรงหน้า ชุดนักศึกษาที่ไม่เข้าไปอยู่ในกางเกงอย่างงที่ควรจะเป็น มือข้างที่ถนัดควงปากกาเล่น รูปร่างเพรียวบางดูไม่เป็นอุปสรรคสำหรับการทำตัวเป็นนักเลงประจำมหาลัย ใครๆ ก็รู้ว่า คิมฮีชอล เป็นนักเลงร่างบาง ที่โหดเกินคาด
ร่างหนาที่ยืนประจันหน้าคนที่ไม่เหมาะกับการเป็นนักเลง ไม่ได้แสดงอาการใดๆ ออกมา นัยน์ตาสำดำยังคงนิ่งสงบ มองคนตรงหน้าด้วยอารมณ์หลากหลาย
“ถามว่าจะเอาอะไร โจว คยูฮยอน” ร่างบางกระชากเสียงอีกครั้ง มองคนตรงหน้าอย่างหงุดหงิด
เหล่านักศึกษาที่กำลังเดินเข้ามาในมหาลัย มองมาที่ทั้งคู่อย่างสงสัย สองคนที่นิสัยต่างกันสุดขั้ว หนึ่งคือคิมฮีชอล นักศึกษาคณะสถาปัตย์ ผู้ที่ได้ชื่อเรื่องชื่อเสีย อีกด้านคือโจว คยูฮยอน มันสมองของมหาวิทยาลัย นักศึกษาคณะวิศวกรรม ผู้ที่มีชื่อด้านความเก่งกาจ คนที่ไม่น่าจะมาคุยกันได้ กำลังยืนจ้องหน้ากันอยู่กลางสนามบอล
“เอาจดหมายมาให้” ยื่นซองจดหมายสีขาวให้คนตรงหน้า ร่างบางกระชากมาเตรียมหันหลังจะเดินหนี แต่เสียงเข้มองคู่กรณี “จะไม่อ่านหน่อยหรอ”
“จะอ่านไม่อ่านมันหนักหัว?” เท้าเอวมองอย่างเดือดดาล
“นึกว่าไม่กล้า”
คำพูดของร่างหนาทำเอานักเลงใหญ่อยากจะพุ่งเข้าไปชกสักเปรี้ยง ถ้าไม่ติดว่าที่นี่คือมหาลัยล่ะก็ ไอ้หน้าหล่อตรงหน้านี่เสร็จไปนานแล้ว
ร่างบางก้มลงมองซองจดหมายในมือ นัยน์ตาบางละสายตาจากคนตรงหน้ากวาดไปมองรอบๆ ฝูงชนที่เริ่มมุงเข้ามาเรื่อยๆ เพราะความสนใจกับเหตุการณ์ ทำเอาฮีชอลแทบคลั่ง ถ้าเดินหนีไป เขาจะหาฮีชอล นักเลงใหญ่คนนี้ปอดแหก มันจะอะไรกันหนักกันหนากับจดหมายธรรมดาซองเดียว
“มึงอ่ะ” กวักมือเรียกหนึ่งในนักศึกษามุง
“ผมหรอ”
“เออ มึงแหละ มานี่ดิ๊ มาอ่านจดหมายให้ฟังหน่อย”
“อ่า ~” ผู้โชคร้ายที่ได้รับคำสั่ง ยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะเดินออกมา รับซองขาวที่ยื่นให้ มือสั่นๆ ที่ยื่นออกมาทำให้คนที่กำลังอารมณ์ไม่ดีอยากจะถีบสักดอก
“จะสั่นหาเหี้ยไรไม่ทราบ รีบๆ อ่าน เวลาเป็นเงินเป็นทอง”
ละสายตาจากคนที่กำลังแกะซองจดหมายมาจ้องมองร่างสูงอย่างท้าทาย เล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับคนอย่างฉัน มันเร็วไปสิบสามปี ไอ้น้อง
“เอ่อ.... คือ”
“อะไร” ตวัดสายตากลับมามองตัวปัญหาที่ทำท่าเงอะงะอยู่กับกระดานแผ่นบาง
“มั่นใจหรอครับ ว่าจะให้ผมอ่านให้ฟัง”
“จะถามทำพ่อมึงหรือไง กูบอกให้อ่านก็รีบๆ อ่าน”
“อ่า ครับๆ” กลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะเริ่มถ่ายทอดถ้อยคำในจดหมายออกมา ท่ามกลางความเงียบและความตั้งใจฟังของทุกคน
“ผมแอบมองคุณมานาน ไอ้ท่าทางที่ทำตัวเป็นนักเลงทั้งที่มันขัดกับรูปร่างของคุณ มันโดนใจผมเข้าอย่างจัง คบกับผมเถอะ จาก โจว คยูฮยอน”
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันทีที่เนื้อหาในจดหมายถูกอ่านออกมาจนหมด คนที่มีชื่ออยู่ในจดหมายอย่างคยูฮยอน ยิ้มมุมปากอย่างพอใจ ในขณะคนที่โดนสารภาพรักโดยไม่ตั้งตัว นั้นยืนตัวแข็งไปเรียบร้อย นานพอสมควรกว่าร่างบางจะดึงสติของตัวเองกลับมาได้
“มึง ..... มึง” นิ้มเรียวยกขึ้นมาชี้หน้าคนตรงหน้าอย่างไม่รู้จะพูดอะไร
“พูดจาไม่น่ารักเลย”
“เสือก มึงรีบไปไกลๆ ตีนกูเลยนะ ก่อนที่กูจะทนไม่ไหว”
“ไม่ล่ะ” ส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะสาวเท้าเข้ามายืนใกล้มากขึ้นกว่าเดิม “อยากอยู่ใกล้ๆ มากกว่า”
คำพูดที่คยูฮยอนเปล่งออกมา ทำเอาคนฟังแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี คนเป็นร้อย(?!)แมร่งพูดออกมาได้ไงวะ หน้าด้านชิบหาย มือบางยกขึ้นมาผลักออกคนตรงหน้า เสียงฮือฮาที่ดังขึ้น เป็นการยืนยันว่าคนที่ยืนอยู่ทั้งหมดตรงนี้ได้ยินและเข้าใจเหมือนกันว่า คยูฮยอนกำลังจีบฮีชอล และอาการที่ฮีชอลแสดงออกมคือเขิน
“หนวกหูเว้ย” แกล้งตวาดใส่เสียงฮือฮาขึ้นมาเพราะทำอะไรไม่ถูก “ไม่มีเรียนไงวะ ไปเรียนเด่ะ !!!!!”
สิ้นเสียงทุกคนที่ยืนดูเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นก็สลายตัวไปอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าไม่มีใครอยากอยู่ในแบล็คลิสต์ของคนตรงหน้า แค่นี้ก็พอ พอแล้วสำหรับการได้หัวข้อสนทนาใหม่ ข่าวนี้อาจจะดังไปเป็นเดือนเลยก็ได้ โจว คยูฮยอน นักศึกษาอันดับหนึ่งของคณะสถาปัตย์ ขอคบคิมฮีชอล นักเรียนใหญ่คณะวิศวะกลางสนามบอลมหาลัย
“ให้มันรู้ซะบ้างนะ ว่าเล่นกับใครอยู่ คยูฮยอน” เอ่ยแค่นั้นก็หันหลังเดินไปทางคณะของตน โดยที่ไม่สนใจรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของคนที่ยืนมองตามหลังมา
.
.
.
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ล่วงเลยมาเป็นอาทิตย์ แต่ดูเหมือนทุกคนยังมีความสุขในการยกเรื่องนี้มาเป็นหนึ่งในหัวข้อสนทนา ฮีชอลทุบโต๊ะอาหารอย่างหงุดหงิด เรียกความสนใจของสายตาหลายคู่ได้เป็นอย่างดี จากที่ตอนแรกตั้งใจว่าจะไม่ใส่ใจและไม่เอาเรื่อง แต่ยิ่งปล่อยไว้นานดูเหมือนมันยิ่งรุนแรงขึ้น แบบนี้เห็นทีจะปล่อยไว้ไม่ได้
“แกคิดว่าเขาคบกันหรือเปล่าวะ”
“ฉันคิดว่าไม่วะ คนอย่างฮีชอลจะยอมให้คนอื่นขึ้นค่อม(?!!)น่ะหรอ ไม่มีทาง”
..............เสือกมาก กูจะค่อมใครหรือให้ใครค่อม แมร่งก็เรื่องของกู..............................
“แต่ฉันว่าเขาคยกันนะ เห็นพักหลังๆ มา พี่คยูเดินตามพี่ฮีชอลบ่อยๆ”
ร่างบางเลิกคิ้วขึ้นมาเมื่อได้ยินบทสนทนาของนักศึกษารุ่นน้องที่เดินผ่านหลังไปอย่างจัง (นับว่ากล้ามากที่นินทาคนอื่นในระยะเผาขนขนาดนี้) ความประหลาดใจพุ่งเข้าชนอย่างจัง เมื่อได้รู้ความจริงที่ว่า คยูฮยอน เดินตามเขา หรือว่าไอ้นี่มันเป็นโรคจิตวะ
“นั่งด้วยคนได้หรือเปล่า”
................ตายยากชิบหาย พูดปุ๊บมาปั๊บ.................
กลอกตาอย่างหงุดหงิด เมื่อเริ่มรู้สึกถึงสายตาของคนทั้งโรงอาหารส่งมาให้
“ไม่ได้ ไปให้ไกลตีน” ตอบกลับก่อนจะก้มลงจัดการอาหารตรงหน้าต่อ แต่ก็ต้องเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อคนที่ตนปฏิเสธไป นั่งลงข้างๆ
“บอกว่าไม่ได้ไง ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง ?”
“รู้ แต่อยากนั่ง”
“หน้าด้านชิบหาย”
“ยอมรับ” ยักคิ้วให้อย่างกวนอารมณ์ก่อนจะเริ่มจัดการอาหารตรงหน้าบ้าง
ในเมื่อแมร่งไม่ไป ไปเองก็ได้วะ คิดออกมาก่อนเตรียมจะลุก แต่มือหนากลับคว้าข้อมือไว้เสียก่อน
“อิ่มแล้วหรอ”
“ยุ่ง”
“นั่งเป็นเพื่อนหน่อย”
“เรื่อง ? ปล่อยเว้ย จะไปเรียน” สะบัดข้อมือตนเองแรงๆ แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหลุด “ปล่อย!!!!”
“...............”
“จะปล่อยหรือไม่ปล่อยวะ”
“..................”
พลั่ก !!!!
หมัดจากร่างบางกระแทกเข้าจมูกโด่งๆ ของร่างหนาที่นั่งอยู่อย่างจัง มือหนาปล่อยข้อมือนักเลงใหญ่ ยกขึ้นมาลูบจมูกของตัวเอง ร่างบางที่ดูเหมือนจะตกใจในการกระทำของตัวเองอยู่ไม่น้อย ยิ่งเห็นสายตาที่อ่านไม่ออกส่งมาให้ ยิ่งรู้สึกไม่ค่อยดี
“มานี่เลย” กระชากมือคนตัวใหญ่กว่าให้เดินตามมา ความเงียบที่เกิดขึ้นระหว่างทางทำให้ฮีชอลอึดอัดอยู่ไม่น้อย นัยน์ตาคู่สวยสะท้อนความวุ่นวายใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด ดาดฟ้าที่ประจำของตนถูกใช้เป็นที่เคลียร์ปัญหากับคยูฮยอน ทั้งที่ชอบเดินมานั่งเล่น นอนเล่นเป็นประจำ แต่ทำไมนี้รู้สึกเหมือนว่าทางเดินไปดาดฟ้ามันอยู่ไกลกว่าทุกวัน
“เอาล่ะ โจว คยูฮยอน นายต้องการอะไรจากฉันกันแน่” หันหน้ามาประจัยคนที่เดินตามมา มือเรียวกอดอกขึ้น มองคนตรงหน้าอย่างสงสัย
“ความสนใจ”
“คยูฮยอน” ร่างบางส่ายหัวน้อยๆ กับคำตอบที่ออกมาจากคนตัวใหญ่ เรียกชื่อคนตรงหน้าออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
“สนใจผมหน่อยเหอะ ฮีชอล ไม่รู้หรอว่าทุกวันนี้ผมแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว ทั้งที่คุณอยู่ใกล้ๆ แต่กลับแสดงความรักที่มีออกมาไม่ได้”
คำพูดยืดยาวที่ออกมาจากริมฝีปากหนา ยิ่งได้ยินยิ่งทำให้ร่างบางสะท้อนใจ
เรื่องที่ทุกคนไม่รู้ เรื่องที่รู้กันแค่คิม ฮีชอล และ โจว คยูฮยอน คือพวกเขาสองคนรักกัน ตกลงปลงใจเป็นแฟนกันตั้งแต่อยู่ ปี 1 จนถึงตอนนี้ผ่านไป 2 ปีแล้ว ทั้งที่ทั้งคู่รักกันมากขนาดไหน แต่กลับแสดงออกมาไม่ได้ แน่นอนว่าย่อมทำให้ทั้งคู่อึดอัด เหตุทั้งหมดเป็นเพราะว่า ฮีชอล เป็นเด็กที่เสียพ่อแม่ไปตั้งแต่เด็ก การเติบโตมาบนโลกใบกว้างกับพี่สาวที่อายุห่างกันแค่ปีเดียว ทำให้ฮีชอลเลือกที่จะเก็ยความอ่อนแอของตัวเองใส่หีบ แสดงแต่ด้านที่แข็งแรงของตนออกมา แต่กลับมากเกินไป จนการเป็นแข็งกร้าว การที่ต้องทำตัวเป็นนักเลง เป็นวิธีการที่ทำให้คนอื่นไม่สามารถมารังแกตนเองและพี่สาวของตนได้ แม้จะต้องทำให้เหมือนอยู่บนโลกใบนี้อย่างโดดเดี่ยว แต่ฮีชอลไม่เคยเสียใจ เพราะตนยังมีพี่สาวที่เข้าใจและขอบคุณในการเสียสละของเขา จนวันหนึ่งที่คยูฮยอนได้เดินเข้ามาในชีวิต ได้สอนให้รู้จักความรักที่แท้จริง ความอ่อนโยน แต่ถึงกระนั้นการจะละทิ้งหน้าที่ที่สำคัญของชีวิตอย่างการดูแลพี่สาวของตนเองนั้นออกจะเป็นการเห็นแก่ตัวไปเสียหน่อย ร่างบางจึงเลือกปิดบังความรักของตนเองกับคยูฮยอนไว้ และทำตัวเหมือนเดิม
“เราเคยคุยกันแล้วนี่” ฮีชอลเอ่ยออกมาอย่างเหนื่อยใจ รู้ดีว่าคนอย่างคยูฮยอนไม่ใช่คนไม่มีเหตุผล การลุกข้นมาทำตัวบ้าระห่ำอย่างนี้ มันคงเป็นเพราะว่าเขาละเลยร่างหนาคนนี้มากเกินไป
“ผมอยากเดินข้างคุณ อยากจับมือคุณ อยากทำทุกอย่างที่คนรักกันเขาทำกับคุณ”
“แต่......”
“เมื่อวานผมไปหาพี่คุณมา” ร่างบางเลิกคิ้วขึ้นอย่างตกใจ เพราะแม้พี่สาวตัวเอง ฮีชอลยังไม่ได้บอกเลยว่าตนเองคบกับคยูฮยอนอยู่
“นายไปทำอะไรที่บ้านฉัน”
“ไปบอกพี่ว่าเราคบกันอยู่”
“คยูฮยอน!!!!”
“พี่เขาดีใจมากนะ เขาฝากให้ผมมาบอกคุณด้วยว่า เลิกทำตัวเป็นนักเลงหัวไม้ได้แล้ว เพราะพี่สาวคนนี้โตแล้ว บอกมาแบบนี้แหละ”
ร่างบางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ หันหลังเดินไปที่ระเบียง มองคนเดินไปเดินมาข้างล่างด้วยความรู้สึกหลากหลาย
“ฮีชอล” คยูฮยอนทอดสายตาอ่อนมองตามไปที่คนรัก หรือว่าเขาจะทำเกินไป
“บางทีฉันก็เหนื่อยนะ กับการที่ต้องหลบๆ ซ่อน ๆ บางทีฉันก็อยากจะทำตัวเหมือนที่คนอื่นเขาทำเหมือนกัน พี่สาวของฉันโตแล้วใช่ไหม ปกป้องตัวเองได้แล้วจริงๆ หรือเปล่า นี่คือคำถามที่วนเวียนอยู่ในหัวฉันมาตั้งแต่ตกลงคบกับนาย” ฮีชอลหันหน้ามาสบสายตาของคนรัก “มันคงถึงเวลาที่ฉันต้องหาคนมาปกป้องฉันบ้างแล้วล่ะ”
ระบายยิ้มหวานออกมา ทำเอาร่างหนาที่รอฟังอยู่เดินเข้ามาสวมกอดอย่างดีใจในคำตอบ
“เจ็บหรือเปล่า” นิ้วเรียวลูบไปที่จมูกของคนตรงหน้า ที่ไม่กี่นาทีนี้พึ่งโดนหมัดของตนชกเข้าไป
“ไม่เจ็บหรอก ก็เล่นออมแรงซะขนาดนั้น” หอมแก้มร่างบางในอ้อมกอดอย่างถือวิสาสะ ทำเอาคนโดนฉวยโอกาสหน้าขึ้นสี บนอุบอิบเป็นยกใหญ่ที่พอจะจับใจความได้ว่า รู้อย่างนี้น่าชกให้เต็มแรง
“รักนะครับ”
“รักมากกว่า”
ร่างหนาหัวเราะในลำคอเบาๆ ก็ขอแค่นี้แหละ ใครไม่เข้าใจ ใครไม่รู้ ก็ช่างเขาเหอะ แค่ได้รักกันก็พอแล้ว
__________________________________________________________
MEAUYN :: แต่งให้บาบี้ เนื่องในโอกาสอะไรไม่รู้ จำไม่ได้ เพราะมันสั่งไว้นานแล้ว
อยากบอกว่าเป็นฟิคที่แต่งยักชิบหาย เพราะว่ามันจิ้นไม่ไป = =;;
ถ้ามีแม่ยกคยูฮี หรือ ฮีคยู หลงเข้ามาอ่านก็อย่าด่าคนแต่งเลย มันได้แค่นี้จริงๆ
คิดสด ตรวคคำผิดไม่มี บทที่จะให้มันหวาน ออกมาได้ครึ่งๆ กลางๆ ขอโทษค่ะ
ยังไงก็อภัยให้กันเถอะเน๊อะ ๕๕๕
ส่วนมึง บาบี้ ขอบคุณกูซะ !! 555555555 ฟิคนี้เพื่อมึงเว้ย